ผลสำรวจพบว่า 60% ของคนนิวซีแลนด์รับได้หากจะต้องขยายเวลาการ lockdown เพิ่ม เพื่อจะได้กำจัด Covid-19 ให้สิ้นซาก [ในขณะที่อีก 14% ไม่เห็นด้วย, และ 26% รู้สึกไม่แน่ใจ]

.

มีการถกเถียงกันมากมายเกี่ยวกับว่าอะไรสำคัญกว่ากันระหว่าง สุขภาพ กับ เศรษฐกิจ ❓ แต่จากผลสำรวจทำให้เห็นได้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่อยากให้จัดการกับปัญหาไวรัสให้สิ้นซากจบ ๆ ไปเลยทีเดียว จึงรับได้หากจะต้องอดทนกับการ lockdown ที่นานขึ้น https://bit.ly/3b69bIK

……….

การ Lockdown มีเพื่อช่วยรักษาชีวิตคนได้ แต่อีกด้านนึงมันก็ทำลายวิถีชีวิตของผู้คนด้วยการทำให้เศรษฐกิจต้องอยู่ในภาวะฝืดเคืองด้วยเช่นกัน 

.

“เงิน หรือ ชีวิต” ❓ เป็นหัวข้อที่นักเขียนชาวอังกฤษคนหนึ่งนำมาอ้างถึงว่าการปิดธุรกิจเพื่อช่วยชีวิตคนตอนนี้ถือว่าไม่คุ้มค่าเอาซะเลย 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรี Winston Peter ได้กล่าวว่าขณะนี้มีความตึงเครียดอย่างมากในการที่จะต้องทั้งดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งต้องพยุงเศรษฐกิจไว้ในคราวเดียวกัน 

“เราไม่สามารถจ่ายได้ขนาดนั้น เราต้องถังแตกแน่นอน ฉะนั้นตอนนี้ต้องมีเหตุผลหน่อยนะ”

.

เคยมีบทความของ ไซมอน ทอนเล่ นักระบาดวิทยาของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์พาดหัวว่า “ผลที่ตามมาจากการ lockdown กับภัยคุกคามของไวรัส อันไหนมันน่ากลัวกว่ากัน” 

โดยเขาศึกษาผู้เสียชีวิตในอิตาลี่และบนเรือสำราญ Diamond Princess พบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้เสียชีวิตเพราะโควิดแต่อย่างเดียว แต่เสียชีวิตเพราะมีโรคอื่นอยู่ก่อนแล้ว 

.

ไม้ค์ ฮอสกิน ผู้ดำเนินรายการ Newstalk ZB กล่าว “ทำไมในกรณีไข้หวัดใหญ่ที่มีคนเสียชีวิตกว่าหกแสนคนต่อปี เราไม่เห็นต้องปิดประเทศ หยุดการบิน และพังเศรษฐกิจแบบนี้เลย ประเทศนี้ไม่สามารถสูญเสียเงินเป็นจำนวน 3.5 พันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์เพื่อเรื่องไวรัสนี้ได้นะ…. 

เราจะต้องมาเสียใจกันขนาดไหนหากผู้คนหลายพันคนต้องว่างงาน เราจะต้องแบกรับหนี้สินไปอีกหลายชั่วอายุคน และเศรษฐกิจต้องอยู่ในภาวะถดถอย” 

.

คอลัมนิสต์ แมทธิว ฮูตัน ได้เขียนไว้ว่า “การช่วยชีวิตคน ไม่ว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ตาม มันยุติธรรมแล้วหรือสำหรับคนรุ่นหลัง? เพราะส่วนใหญ่คนที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ไม่มีใครตายหรอกหากไวรัสแพร่ขยายใหญ่ที่นี่ แต่คนรุ่นใหม่ที่กำลังเจริญรุ่งเรืองกลับต้องมาจ่ายกับการต่อสู้ไวรัสนี้ไปด้วย” 

…..

ความเห็นอีกด้านตามแบบจำลองของมหาวิทยาลัย Otago ระบุว่า หากปล่อยให้มีการระบาดและมีคนต้องใช้ ICU จำนวนมากในช่วงแรก จะทำให้เกิดการเสียชีวิตเยอะขึ้น เนื่องจากนิวซีแลนด์มีเตียงสำหรับ ICU เพียง 221 เตียงเท่านั้น 

มีการคาดการณ์ไว้ว่า ICU จะเต็มภายในไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังยกเลิก Social Distancing และหากการ lockdown กำจัดไวรัสไม่สำเร็จ 

.

คอลัมนิสต์ กอร์ดอน แคมเบล เขียนไว้ว่า “จะเป็นยังไงหากคนหนุ่มสาวที่ชอบการเข้าสังคมอย่างอิสระเต็มที่ แล้วมีเหตุต้องใช้ ICU ขึ้นมา เลยจำเป็นต้องถอดเครื่องช่วยหายใจของผู้ป่วยสูงอายุที่ระวังตัวเองเป็นอย่างดีเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ 

เช่นนี้แล้วจะเห็นถึงศีลธรรมที่เกี่ยวกับการ Lockdown ขึ้นมาเลย เพราะมันช่วยปกป้องคนที่อ่อนแอ และมันช่วยชีวิตผู้อื่นได้” 

.

“ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการระบาดใหญ่ในครั้งนี้ อยู่ในระดับโลกและอยู่นอกเหนือการควบคุมของนิวซีแลนด์โดยสิ้นเชิง 

การ Lockdown มีผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดก็จริง แต่ถ้าเราสามารถกำจัดไวรัสได้สำเร็จ ประเทศจะกลับสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพได้เร็วกว่ากลยุทธ์การควบคุมในรูปแบบอื่น” อาจารย์สาธารณะสุข ไมเคิล เบเคอร์ และ นิค วิลสัน ระบุไว้

.

ระหว่าง “การดำรงชีวิตของเรา” และ “ชีวิตของผู้อื่น” 
คุณจะเลือกอะไร ❓

https://bit.ly/2Xv8Ifc

แปลโดย: Parn – Thai NZ