การยื่นขอวีซ่าแบบทุจริตมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้สมัครจากประเทศอินเดีย, ประเทศจาก Southeast Asia และ Eastern Europe

ข้อมูลจากอิมมิเกรชั่นนิวซีแลนด์ระบุว่าจำนวนผู้ทุจริตในการยื่นวีซ่าเพิ่มขึ้น 88% เมื่อปีที่แล้ว โดยตัวเลขนี้เชื่อว่าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของปัญหาหรือ tip of the iceberg เนื่องจากตัวเลขนี้เป็นกรณีทุจริตที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น

ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปของอิมมิเกรชั่นกล่าวว่า การโกงที่เพิ่มขึ้นอีกทั้งจำนวนของคนที่ต้องการเข้าประเทศก็มีสูงมากขึ้น

นั่นหมายความว่าผู้สมัครที่อยู่ในหมวด “low-risk” จะได้รับการพิจารณาก่อน ส่วนผู้สมัครที่ถูกจัดอยู่ในหมวด “High-risk” หรือมีความเสี่ยงสูง จะต้องรอการพิจารณาวีซ่าที่นานขึ้น

ถึงแม้ว่าธุรกิจหรือตัวผู้สมัครต้องการให้การพิจารณาวีซ่าเป็นไปอย่างรวดเร็วทันใจ แต่ทางอิมมิเกรชั่นเองต้องการที่จะพิจารณาและตัดสินใจอย่างถูกต้องและดีที่สุดสำหรับประเทศนิวซีแลนด์

ด้วยภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นที่เห็นได้ชัด เช่นการค้ามนุษย์, การแสวงหาผลประโยชน์และการฉ้อโกง – จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องสร้างสมดุลระหว่างบทบาทของ immigration เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์ กับบทบาทที่อิมมิเกรชั่นที่มีเพื่อดูแลและจัดการความเสี่ยงภายในระบบการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งปัจจุบันนี้ทางอิมมิเกรชั่นได้ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาเพื่อผลักดันให้สถาบันรับนักเรียนที่มีคุณภาพที่สูงขึ้น

หากอิมมิเกรชั่นเห็นว่าข้อมูลหรือเอกสารที่ยื่นเข้ามามีความไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ หรือผู้สมัครไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไข ก็จะพิจารณาไม่อนุมัติวีซ่า ยกตัวอย่างเช่น หาก INZ พบว่าเงินในบัญชีที่เอามายื่นเป็นหลักฐานไม่ได้เป็นของผู้สมัครจริงและไม่สามารถใช้จ่ายในนิวซีแลนด์ระหว่างเรียนได้จริง ก็อาจจะไม่อนุมัติวีซ่า

INZ เห็นการทุจริตมาแล้วหลายรูปแบบ รวมถึงบัญชีธนาคารที่ไม่จริง เงินที่ไม่มีแหล่งที่มาที่ไปชัดเจน ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงการเงินที่ยั่งยืนในระยะยาวหรือความสามารถในการใช้จ่ายในการใช้ชีวิตระหว่างเรียนในนิวซีแลนด์ และการโกหกเรื่องคุณสมบัติและประสบการณ์การทำงานต่างๆ

Source: rnz.co.nz