ถึงแม้นิวซีแลนด์จะเป็นประเทศที่ไม่ได้มีประวัตศาสตร์อันยาวนานเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่ก็มีเรื่องราวหลอน ๆ ที่เป็นเรื่องเล่าต่อกันมาพอสมควรเลยแหล่ะ มีที่ไหนบ้างและใครเคยไปกันบ้างแล้วไปดูกันเลย

Kingseat โรงพยาบาลจิตเวชร้าง ในเมืองโอ๊คแลนด์

โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1932 และเปิดทำการจนถึงปี 1999 ก่อนจะปิดตัวลงในช่วงการปฏิรูประบบเกี่ยวกับสาธารณสุขด้านจิตเวช ซึ่ง ณ สถานที่แห่งนี้นั้นมีประวัติว่าคนไข้รวมทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลฆ่าตัวตายหลายราย และก็ยังมีผู้ที่เคยเป็นคนไข้ของที่แห่งนี้ออกมาแฉว่า มักจะมีการทำร้ายร่างกายคนไข้ด้วยน้ำมือของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเป็นประจำ และมีคนยืนยันว่าเห็นวิญญาณในที่แห่งนี้เป็นประจำ






โรงแรม Waitomo Caves, ใน King Country

สร้างขึ้นเมื่อปี 1908 เป็นโรงแรมที่ขึ้นชื่อมาก ว่าเฮี้ยนสุด ๆ พื้นที่เดิมเคยเป็นที่ดินของชนเผ่าเมารีย้อนไปตั้งแต่ปี 1350 และเป็นสถานที่ที่มีการสู้รบระหว่างชนเผ่าเมารีและกองทัพของประเทศอังกฤษ ผู้ที่ได้ไปพักในโรงแรมนี้มันจะสัมผัสกับประสบการณ์หลอน ๆ เช่นสิ่งของเคลื่อนย้ายเอง รู้สึกว่ามีสิ่งที่มองไม่เห็นมาสัมผัส เสียงกรีดร้อง เสียงเด็กหัวเราะ ถูกดึงผ้าห่มบ้าง และพบเห็นหยดเลือดบ้าง ใครเคยได้ไปพักที่นี่และสัมผัสกับสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้กันบ้าง


โรงละคร St James กรุงเวลลิงตัน

โรงละครแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1912 และมีผู้พบเห็นวิญญาณอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากที่นี่สร้างบนผืนดินที่เคยเป็นที่ฝังศพ หนึ่งในวิญญาณที่เฮี้ยนที่สุดที่นี่คือวิญญาณที่ชื่อ ยูริ เป็นนักแสดงชาวรัสเซียอยู่ที่โรงละครแห่งนี้ เขาได้ทำการแสดงและพลาดตกลงมาเสียชีวิต ซึ่งมีการลือกันว่าเขาไม่ได้ตกมาเอง แต่มีนักแสดงร่วมที่ชื่อพาช่า เป็นคนผลักเขาตกมากกว่า ซึ่งก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นการฆาตรกรรมหรือไม่

วิญญาณอีกตนในที่แห่งนี้คือหญิงสาวรายหนึ่งที่มาฆ่าตัวตายอยู่ที่นี่ด้วยการกรีดข้อมือหลังจากที่เธอถูกโห่ไล่จากผู้ชมในการแสดงของเธอ ผู้คนมักจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของเธอดังไปทั่วโรงละคร

แม้แต่ปีเตอร์แจ๊คสัน ผู้กำกับชาวนิวซีแลนด์ชื่อดัง ยังเคยได้กล่าวถึงที่แห่งนี้ โดยเล่าว่าพบเจอวิญญาณหญิงสาวอยู่ที่ปลายเตียงของเขาและร่ำไห้อย่างโหยหวน ในขณะที่เขาหลับอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ตรงข้างโรงละครแห่งนี้

อีกเหตุการณ์ที่จะพบบ่อยคือคนมักจะได้ยินเสียงเด็กร้องเพลงประสานเสียง ซึ่งตามตำนานนั้นว่ากันว่าช่วงสงคราวมโลกครั้งที่สองมีการร้องเพลงประสานเสียงของเด็กชายเป็นครั้งสุดท้ายให้กับกลุ่มกำลังพลที่เคลื่อนเรือออกทะเลและเรือลำนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย






โรงแรม The Masonic เมืองเนเปีย



สร้างขึ้นเมื่อปี 1860 แต่ได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้เมื่อปี 1890 จากนั้นก็ต้องสร้างใหม่ทั้งหมดหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวปี 1931.

มีผู้เข้าพักเสียชีวิตในลิฟต์ และในส่วนบริเวณที่พักพนักงานถูกปิดลง. หลังจากที่มีพ่อครัวทำอาหารเสียชีวิตในอ่างอาบน้ำ ผู้คนมักจะได้พบกับเหตุการณ์ไฟเปิดปิดเอง เสียงเพลงดังขึ้นมาเอง และบ่อยครั้งที่จะรู้สึกถึงความหนาวเย็นยะเยือกในบางจุดของโรงแรม มีอยู่หลายครั้ง. ที่แขกเข้าพักได้พบเห็นกับวิญญาณอีกด้วย


บ้านร้างคาลาล เมืองโอ๊คแลนด์


แค่เดินผ่านบ้านนี้ก็รู้สึกถึงความน่ากลัวจนขนลุกซู่ได้เลยสำหรับผู้สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้ ที่นี่เคยเป็นบ้านเด็กกำพร้ามาก่อนและเป็นสถานที่พักพิงฉุกเฉินสำหรับกองทัพทหาร ที่แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1886 สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจมากคือเมื่อปี 1912 เกิดเหตุไฟไหม้และมีเด็กชายเสียชีวิตถึง 43 ราย ใครที่เข้าไปลองของมักจะได้ยินเสียงวิ่งเล่นและเสียงหัวเราะของเด็กๆ และสัมผัสได้ถึงวิญญาณที่วนเวียนอยู่ในที่แห่งนี้


โรงแรม Racecourse ที่ Riccarton

โรงแรมนี้ตั้งอยู่ที่เมืองไคร้ส์เชิร์ธ เป็นที่ร่ำลือกันว่าวิญญาณที่วนเวียนอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนคือวิญญาณของนายโดนัล เฟรเซอร์ ที่ถูกยิงฆาตรกรรมเสียชีวิตที่นี่เมื่อปี 1933 ในขณะที่นอนหลับโดยมีภรรยาของเขานอนอยู่ข้าง ๆ ขณะเขาถูกยิงอีกด้วย จนถึงบัดดี้ก็ยังคงหาฆาตรกรที่ฆ่าเขาไม่ได้ ดังนั้นวิญญาณจึงไม่สงบและไม่ไปไหน ยังคงวนเวียนหาความยุติธรรมอยู่นั่นเอง


ปราสาท Larnach ที่เมืองดันนาดิน

ปราสาทแห่งนี้สร้างเสร็จในปี 1887 เป็นที่พักอาศัยของนักการเมืองชื่อดังในยุคนั้นคือ วิลเลี่ยม ลานาช ภรรยาคนแรกของเขาเสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตกด้วยอายุเพียง 38 ปี ภรรยาคนที่สองตายจากโลหิตเป็นพิษในอายุ 38 เหมือนกัน ลูกสาวคนโปรดของเขาตายจากโรคไทฟอยด้วยอายุเพียง 21 ปี และตัวของวิลเลี่ยมลานาชเอง เขาก็ได้ปลิดชีวิตตัวเองลงในปี 1898 หลังจากได้รับทราบข่าวว่าลูกชายของเขาเองนั้นได้เป็นชู้กับภรรยาคนที่สามของเขา

จากนั้นปราสาทแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นที่พักของทหารที่มีปัญหาทางจิตเวชหลังจากผ่านการรบในสงครามโลกทั้งสองครั้ง

มีผู้พบเห็นเหตุการณ์ประหลาดมากมาย ทั้งผู้เข้าชมและพนักงานต่างรู้สึกว่าถูกสัมผัสโดยสิ่งที่มองไม่เห็น ถูกผลักบ้าง ได้ยินเสียงวัตถุตกหรือเคลื่อนย้ายบ้าง มีเสียงฝีเท้าเดินทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ในเวลากลางคืน และยังพบเห็นเหตุการณ์ประตูเปิดและปิดเองอยู่เสมอ

รายการโทรทัศน์ของนิวซีแลนด์ที่ชื่อว่า Ghost Hunt ได้เคยเข้าไปบันทึกภาพของแสงไฟประหลาด เมื่อพวกเขาเข้าไปถ่ายทำรายการในปี 2005 มีเหตุการณ์ความหลอนมากมายจนทีมงานไม่สามารถอยู่ต่อเพื่อถ่ายทำได้






โรงแรม Vulcan เมืองโอเทโก้

สร้างขึ้นในปี 1889 โดยช่วงนั้นเป็นช่วงเหมืองทองกำลังบูมที่เมืองนี้ วิญญาณเฮี้ยนสุดของที่โรงแรมนี้มีชื่อว่า โรส ผู้ซึ่งถูกฆาตรกรรมในห้องหนึ่งของโรงแรม แขกที่เข้าพักมักจะได้ยินเสียงร้องโหยหวนในห้องโถง กาน้ำร้อนเปิดเอง และหลายคนพบเห็นการปรากฎของวิญญาณอยู่บ่อยครั้ง


โรงพยาบาล Waimate

ที่นี่มีวิญญาณที่ชื่อ Grey Lady หลอนอยู่ ซึ่งเธอเป็นคนไข้ของที่นี่และได้แขวนคอตายในปี 1940 แต่ผู้ที่พบเห็นวิญญาณของเธอ มักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า วิญญาณของเธอไม่เป็นอันตราย. และจะไม่ทำร้ายผู้พบเห็นเธอ โรงพยาบาลนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1879 และปิดตัวลงในปี 1996 โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เคยทำงานที่นี่ได้เล่าว่า เหตุการณ์หลอนที่พบบ่อยคือ ประตูเปิดปิดเอง แม้แต่บานที่พวกเขาล็อคไว้แล้วก็ตาม ได้ยินเสียงแก้วแตกแต่พอไปหาดูกลับไม่เจอ อุณหภูมิห้องที่เปลี่ยนแปลงจนเย็นยะเยือกแบบอธิบายไม่ได้


Chateau Tongariro. ชัทโท ทองการิโร

เมื่อปี 1940โรงแรมแห่งนี้เคยเป็นโรงพยาบาลโรคจิตหญิงมาก่อน พนักงานของโรงแรมเล่าว่าวิญญาณที่สิงสถิตย์อยู่ที่นี่น่าจะเป็นวิญญาณของพยาบาลที่ชื่อ ชาล็อต ซึ่งเคยเสียชีวิตอยู่ในห้องห้องหนึ่งของที่นี่ และยังมีคำเล่าต่อกันมาอีกว่ามีคนไข้แขวนคอตายอีกด้วย.

แขกที่เข้าพักในโรงแรมนี้มักจะได้พบกับเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้เช่น ผ้าม่านขยับแม้จะไม่มีลมเลยก็ตาม ประตูเปิดปิดเอง และหากแขกรายไหนที่วิญญาณไม่ชอบใจก็จะโดนหลอกหลอนในรูปแบบต่าง ๆ กันไป

ที่นี่เป็นโรงแรมที่หนังของสตีเฟ่น คิง เคยมาถ่ายทำด้วย หนังเรื่อง The Shining




คุกเนเปีย

คุกแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1862 และใช้งานมาจนถึงปี 1993 นอกจากสถานที่แห่งนี้จะใช้เป็นคุกจองจำนักโทษแล้ว ยังใช้เป็นที่สำหรับเด็กกำพร้าและผู้ป่วยโรคจิตอีกด้วย ซึ่งในช่วงนั้นมีการแขวนคอนักโทษไป 4 รายในคุกแห่งนี้ วิญญาณที่โด่งดังของที่นี่ชื่อว่า โรแลน เอ็ดเวิร์ค ซึ่งเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรณ์ วันที่เขาตายคือวันที่ 15 กรกฎาคม และส่วนมากความเฮี้ยนและเหตุการณ์หลอน ๆ มักจะทวีความรุนแรงในวันคล้ายวันเกิดของเค้าอีกด้วย


แคริงตัน เมืองโอ๊คแลนด์

ที่นี่เคยเป็นสถานที่กักขังผู้ป่วยทางจิต สร้างขึ้นในปี 1865 ถูกไฟไหม้ถึงสองครั้ง ครั้งแรกเป็นฝีมือของผู้ป่วยรายหนึ่งที่นี่มีแรงจูงใจคือจุดไฟเพื่อฆ่าเพื่อนของตนเองจนตาย ทำให้เกิดไฟไหม้ตึกไปด้วย

คาดว่าในตึกแห่งนี้มีคนตายรวมได้หลายร้อยคน ทั้งคนไข้และเจ้าหน้าที่ รวมถึงคนไข้ที่ติดโรคไทฟอยในปี 1922 อีก 60 ราย และคนไข้อีกหลายรายก็ตายจากความไม่สะอาดของสถานพยาบาลแห่งนี้

ประวัติสยองคือที่นี่มีคนไข้ฆ่าตัวตายด้วยการเอาเศษแก้วปาดคอตัวเอง เขาชื่อ โทมัส ลิ้นจ์ ฆ่าตัวตายในปี 1867

ต่อมาในปี 1897 นายโทมัส เมอเรดิธ ก็ได้ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอด้วยเข็มขัดที่ต้นไม้

ต่อจากนั้น นายไมเคิล วาทีน เสียชีวิตจากการรับการรักษาแบบช็อคด้วยไฟฟ้า

ปัจจุบันที่นี่เป็นตึกของสถาบัน Unitec โดยตึกเลข 1 เป็นจุดเฮี้ยนที่สุดของที่นี่ หลายคนพบเห็นกับวิญญาณในรูปของเงาที่เคลื่อนผ่านจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง บ้างก็ทะลุกำแพงไปต่อหน้าต่อตา สิ่งของถูกปาจากสิ่งที่มองไม่เห็น. มีเสียงฝีเท้าคนเดินตามห้องโถง และหลายครั้งที่นักเรียนและเจ้าหน้าที่ถูกผลักตกบันไดก็มี


source: https://bit.ly/2EQi3E5
images: https://masonic.co.nz

<a href=”https://www.freepik.com/free-photos-vectors/background“>Background vector created by vectorpouch – www.freepik.com</a>