การเช่าบ้านในนิวซีแลนด์ รู้ไว้เป็นประโยชน์มาก

icon-home  Bonds (เงินค้ำประกันอย่างหนึ่ง)
ใครที่เคยเช่าบ้านก็คงจะทราบว่าเราจะต้องจ่าย Bonds ตอนเริ่มสัญญาเช่าเพื่อเป็นเงินประกันชดใช้กรณีเกิดค่าใช้จ่ายอันใดตอนระยะการเช่าสิ้นสุดลง โดยเจ้าของบ้านสามารถขอเงินบอนด์นี้เป็นจำนวนไม่เกินค่าเช่า 4 อาทิตย์รวมกันและเจ้าของบ้านจะต้องให้ใบเสร็จรับเงินบอนด์กับผู้เช่าด้วย

icon-info-circle เค้าจัดการเงิน Bonds กันอย่างไร
Tenancy Services จะเป็นผู้ดูแลเงินจำนวนนี้ โดยทั้งผู้เช่าและเจ้าของบ้านจะต้องกรอกและเซนต์แบบฟอร์ม “Bond Lodgement Form” และผู้เช่าชำระเงินให้แก่เจ้าของบ้าน หลังจากนั้นเจ้าของบ้านหรือผู้เช่า (แล้วแต่จะตกลง) จะต้องส่งฟอร์มและเงินบอนด์มาให้ Tenancy Service ภายใน 23 วันทำการ เมื่อทาง Tenancy Services ได้รับเงินบอนด์แล้ว จะออกใบรับรองการรับเงินให้แก่ทั้งเจ้าของบ้านและผู้เช่าเก็บไว้ หากไม่ได้รับใบรับรองให้รีบโทรแจ้ง 0800 737 666 กรณีกรอกอีเมล์ไว้ในแบบฟอร์ม ใบรับรองเงินบอนด์ก็จะส่งไปทางอีเมล์ เมื่อระยะการเช่าสิ้นสุดเงินบอนด์จะคืนให้แก่ผู้เช่า แต่เจ้าของบ้านสามารถเรียกร้องเงินส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของเงินบอนด์หากมีการค้างค่าเช่าหรือมีความเสียหายเกิดขึ้นในบ้าน สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการจะเรียกร้องเงินบอนด์จะต้องรีบยื่นเรื่องภายใน 2 เดือน

icon-home  ค่าเช่า
เจ้าของบ้านสามารถขอค่าเช่า 1 – 2 อาทิตย์ล่วงหน้าได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีการตกลงชำระค่าเช่าเป็นรายอาทิตย์หรือรายสองอาทิตย์ เจ้าของบ้านไม่สามารถเรียกร้องค่าเช่าก่อนครบกำหนดครอบคลุมระยะในอาทิตย์หรือสองอาทิตย์นั้นแล้ว ยกตัวอย่างเช่น หากผู้เช่าชำระล่วงหน้า 2 อาทิตย์ ผู้เช่าจะไม่ต้องจ่ายอีกครั้งจนกว่าจะครบสองอาทิตย์

ส่วนวิธีการชำระค่าเช่านั้นขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างสองฝ่าย โดยจะระบุลงไปในสัญญาเช่าเช่น
> จ่ายหักธนาคารอัตโนมัติ
> เช็คเงินสด
> เช็คส่วนตัว
> เงินสด

เจ้าของบ้านจะต้องให้ใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง นอกซะจากว่าเป็นการชำระแบบเข้าบัญชีโดยตรง อย่างไรก็ตามควรเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐานในยามจำเป็น และเจ้าของบ้านจะต้องเก็บข้อมูลการชำระเงินของผู้เช่าเสมอเนื่องจากผู้เช่าสามารถร้องขอสำเนาได้ทุกเมื่อ เข้าไปดูแบบฟอร์มสรุปการเก็บค่าเช่าได้ที่ www.tenancy.govt.nz

ค่าเช่าราคาตลาดคืออะไร
คือค่าเช่าที่ทั้งเจ้าของบ้านและผู้เช่ายินยอมและตกลงกันนั้นจะต้องเป็นจำนวนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับค่าเช่าของบ้านอื่น ๆ ลักษณะคล้าย ๆ กันในย่านเดียวกัน ในเวปไซต์ของ tenancy มีราคาปัจจุบันแยกเป็นตามพื้นที่ของประเทศซึ่งจะทำการอับเดททุกเดือน สามารถเข้าไปดูกันได้ หากเจ้าของบ้านตั้งราคาเช่าสูงเกินกว่าที่รับได้ ทาง Tenancy Tribunal จะสามารถออกคำสั่งให้ลดค่าเช่าลงได้
Aloe Fuzion™ is a powerful aloe vera supplement made from 100% organic inner leaf aloe vera gel. Supports the immune system, skin, and even gut health.
เจ้าของบ้านสามารถขึ้นค่าเช่าได้ไหม
ได้ แต่จะต้องมีการเขียนเป็นลายลัษณ์อักษรแจ้งแก่ผู้เช่า 60 วันล่วงหน้า และหลังจากนั้นเจ้าของบ้านจะไม่สามารถขึ้นค่าเช่าได้ก่อน 180 วัน ในกรณีทำสัญญาแบบมีระยะเวลากำหนด ค่าเช่าจะขึ้นได้ต่อเมื่อมีการเขียนลงระบุไปในสัญญา หรือ เจ้าของบ้านจะขึ้นค่าเช่าได้ต่อเมื่อ
> มีการปรับปรุงบ้านอย่างจริงจัง หรือ
> เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกหรือบริการให้ หรือ
> มีการทำสัญญาให้เอื้อประโยชน์ทางใดทางหนึ่งแก่ผู้เช่า
หากมีเหตุการณ์ข้างบนเกิดขึ้น ผู้เช่าจะต้องยินยอมให้มีการขึ้นค่าเช่า หากผู้เช่าไม่ยินยอม เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ยื่นขอต่อ Tenancy Tribunal ให้ออกคำสั่งขึ้นค่าเช่าได้

 icon-home การลดค่าเช่า
บางครั้งเจ้าของบ้านและผู้เช่าสามารถตกลงลดค่าเช่าได้ระยะเวลาหนึ่งหากเกิดเหตุการณ์เช่นต้องมีการติดตั้งเครื่องทำความอุ่นภายในบ้าน ระยะเวลานั้นผู้เช่ามีสิทธิ์จ่ายค่าเช่าถูกลง เมื่อธุระของเจ้าของบ้านสิ้นสุด ค่าเช่าจึงจะขึ้นไปตามปรกติ

Letting fee คืออะไร
หลายครั้งที่เราจะต้องจ่ายค่า letting fee ให้แก่เอเจ้นท์ (real estate agent) เป็นค่าบริการของพวกเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมาย โดยปรกติแล้วจะอยู่ในเรตค่าเช่า 1 อาทิตย์ +GST สำหรับเจ้าของบ้านที่ประกาศให้เช่าบ้านด้วยตัวเองไม่ผ่านเอเจ้นท์นั้นจะไม่สามารถเรียกเก็บค่า Letting fees จากผู้เช่าได้ ให้ผู้เช่าจำไว้ว่า การขอ key money หรือขอเงินเพิ่มนอกเหนือจากเงินบอนด์ ค่าเช่าและ letting fees แล้ว จะถือว่าผิดกฎหมาย

 icon-home ประเภทของสัญญาเช่า
> Periodic Tenancy
> Fixed-term Tenancy
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เช่าหรือเจ้าของบ้าน ควรจะศึกษาไว้ทั้งสองประเภทและเลือกประเภทที่เหมาะกับความเหมาะสมของตนเอง

Periodic Tenancy
สัญญาเช่าไม่กำหนดระยะเวลา เจ้าของบ้านหรือผู้เช่าสามารถสิ้นสุดสัญญานี้โดยการเพียงแต่แจ้งล่วงหน้าเท่านั้น

Fixed-term Tenancy
สัญญาเช่าจะสิ้นสุดในวันที่กำหนดและระบุไว้ในสัญญาเท่านั้น เมื่อถึงวันสิ้นสุดของสัญญาประเภทนี้ หลังจากนั้นจะกลายเป็นสัญญาแบบ Periodic Tenancy อัตโนมัติ นอกจากว่า:
> เจ้าของบ้านและผู้เช่าทำสัญญาขึ้นมาใหม่ หรือตกลงต่อสัญญาฉบับปัจจุบันต่อไป หรือ
> เจ้าของบ้านหรือผู้เช่าได้เขียนแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าว่าจะไม่ต่อสัญญาปัจจุบัน โดยการแจ้งจะต้องทำล่วงหน้า 21 – 90 วันก่อนวันที่สัญญา Fixed-term สิ้นสุด

ที่กล่าวมามีข้อยกเว้นสำหรับสัญญาเช่าระยะสั้น หากมีการเซนต์สัญญาเช่าแบบ Fixed-term แบบมีระยะเช่าเวลาไม่เกิน 90 วัน กฎเกี่ยวกับค่าเช่าราคาตามตลาด, กฎการแจ้งล่วงหน้าหรือกฎการขึ้นค่าเช่าจะไม่เกิดขึ้นกับสัญญาระยะสั้นประเภทนี้นอกเสียจากว่ามีการระบุไว้ในสัญญาว่าจะมีการต่อสัญญาอีกให้เกิน 90 วันและเมื่อเซนต์สัญญา Fixed-term อันใหม่ หลังจากนั้นกฎปรกติจะมีผลบังคับใช้ทันที

สัญญาเช่าจะระบุสิ่งที่เจ้าของบ้านและผู้เช่าตกลงกัน โดยทั้งคู่จะต้องเซนต์และเก็บไว้คนละฉบับก่อนที่สัญญานั้นจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งถือเป็นเอกสารผูกมัดและจะต้องทำตามที่ตกลงไว้ในสัญญา ดังนั้นจะต้องกรอกอย่างละเอียดรอบคอบและถูกต้อง สัญญาเช่าสามารถไปดาวน์โหลดได้ที่เวปไซต์ Tenancy

สำหรับการตกลงกันปากเปล่าก็มีผลและข้อผูกมัดเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นหากเจ้าของบ้านได้เอ่ยปากตกลงให้เช่า หรือผู้เช่าเอ่ยปากตกลงว่าจะเช่า ทั้งคู่จะไม่สามารถเปลี่ยนใจและจะต้องปฏิบัติตามนั้น




ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรจะบันทึกไว้ในสัญญาเช่ามีอะไรบ้าง
› ชื่อเต็มของทั้งเจ้าของบ้านและผู้เช่า
› ที่อยู่ของทั้งสองฝ่าย
› ที่อยู่ของบ้านที่กำลังจะทำสัญญาเช่า
› วันที่ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญา
› วันที่เริ่มให้สัญญามีผลบังคับใช้
› วันที่สิ้นสุดสัญญาเช่า
› ระบุว่าผู้เช่าอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือไม่
› จำนวนบอนด์ที่ต้องชำระ
› ค่าเช่าและความถี่ในการชำระ
› วิธีชำระค่าเช่า
› มี letting fees หรือไม่อย่างไร
› ลิสต์รายการทรัพย์สินในบ้าน (เช่นเครื่องซักผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์) ที่เจ้าของบ้านมีให้
› กฎของส่วนกลาง (ถ้ามี)
› ให้เช่าอยู่ได้กี่คน
› ระบุว่าสัญญาเช่าสามารถส่งต่อให้ผู้อื่นได้หรือไม่
› ที่จอดรถ
› การเลี้ยงสัตว์

ทุกคนที่จะอยู่บ้านเช่าหลังนั้นจะต้องเซนต์สัญญาหรือไม่
อันนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าของบ้านและผู้เช่าจะเป็นคนตัดสินใจ หากผู้เช่าหนึ่งคนลงนามในสัญญาจะเกิดการผูกมัดกับผู้นั้น หากทุก ๆ คนที่จะอาศัยในบ้านเซนต์ก็แปลว่าทุกคนจะต้องเป็นคนรับผิดชอบร่วมกัน เท่ากับว่าหากมีการค้างค่าเช่าหรือเกิดความเสียหายแก่บ้าน เจ้าของบ้านสามารถเรียกเก็บได้จากใครก็ได้ที่มีชื่ออยู่ในสัญญา

icon-home  การตรวจเช็คบ้าน
การตรวจเช็คบ้านก่อนเริ่มสัญญาเช่านั้นถือเป็นสิ่งที่แนะนำให้ควรทำ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตอนสิ้นสุดสัญญา ทั้งเจ้าของบ้านและผู้เช่าควรทำการตรวจบ้านก่อนผู้เช่าย้ายเข้า และจดรายละเอียดว่าทรัพย์สินภายในบ้านเช่นเตา, พรม, ผ้าม่าน ฯลฯ มีสภาพเป็นอย่างไร เช็คผนังและสีทั่วบ้าน ดูด้านนอกบ้านด้วยหากมีจุดไหนที่มีความเสียหายอยู่แล้วหรือเก่ามาก ๆ ก็ให้จดบันทึกลงไปด้วย เมื่อตอนย้ายออกทางเจ้าของบ้านจะไม่สามารถโทษผู้เช่าได้ในความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนย้ายเข้า

homesweet
 icon-home  สิทธิและความรับผิดชอบ
 เจ้าของบ้านจะต้อง :-
 > ลงนามในสัญญาเช่าและมอบสัญญาหนึ่งชุดให้ผู้เช่าเก็บไว้
 > ส่งเงินบอนด์ทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งให้กับ Tenancy Services ภายใน 23 วันทำการและให้ใบเสร็จรับเงินแก่ผู้เช่า
 > ต้องทำบ้านให้สะอาดเรียบร้อยระดับหนึ่งก่อนผู้เช่าย้ายเข้า
 > เช็คความเรียบร้อยว่าบ้านมีความปลอดภัย ที่ล็อคใช้งานได้
 > ซ่อมแซมบ้านให้อยู่ในสภาพที่ดี
 > ระบบน้ำประปาไฟฟ้าและโครงสร้างบ้านจะต้องปลอดภัยและใช้งานได้
 > น้ำใช้จะต้องมีระบบที่กักเก็บเพียงพอ สำหรับบ้านที่ไม่มีน้ำประปา
 > เขียนและแจ้งแก่ผู้เช่าอย่างน้อย 60 วันก่อนจะทำการขึ้นค่าเช่า
 > มีมาตราการป้องกันไม่ให้ผู้เช่าไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้เช่าคนอื่น ๆ
 > เขียนแจ้งแก่ผู้เช่าหากเจ้าของบ้านตัดสินใจจะขายบ้าน
 > จะต้องมีใบยินยอมจากผู้เช่าก่อนจะโชว์บ้านให้แก่เอเจ้นท์หรือผู้สนใจจะซื้อบ้าน
 > จ่ายคืนแก่ผู้เช่าสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินต่าง ๆ ที่ผู้เช่าชำระไปก่อน (โดยผู้เช่าจะต้องมีหลักฐานว่าได้ทำการแจ้งเจ้าของบ้านเกี่ยวกับปัญหานั้น ๆ แล้วและตัวผู้เช่าไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายนั้น)
 > กรณีสัญญาเช่าแบบ Periodic Tenancy เจ้าของบ้านจะต้องแจ้งผู้เช่าล่วงหน้า 42 วันก่อนให้ย้ายออกจากบ้านหากบ้านหลังนั้นมีการทำการซื้อขายแล้ว หรือกรณีเจ้าของบ้านหรือครอบครัวต้องการย้ายเข้ามาอยู่แทน แต่หากกรณีต้องการจะทำให้สัญญาให้สิ้นสุดจะต้องแจ้งล่วงหน้า 90 วัน
 > เจ้าของบ้านจะต้องแจ้งล่วงหน้า 48 ชั่วโมงก่อนจะทำการตรวจบ้าน แต่จะต้องตรวจไม่เกิน 1 ครั้งต่อ 4 อาทิตย์ และตรวจได้ระหว่างเวลา 8am-7pm (เจ้าของบ้านสามารถเข้ามาในบริเวณรอบบ้านได้โดยไม่ต้องแจ้งแต่จะต้องไม่เป็นการรบกวนผู้เช่า)
 > กรณีต้องมีการซ่อมแซมอันใดในบ้าน จะต้องแจ้งล่วงหน้า 24 ชั่วโมงและซ่อมแซมได้ตั้งแต่เวลา 8am-7pm เท่านั้น
 > ในกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน เจ้าของบ้านสามารถเข้าไปในบ้านได้โดยไม่ต้องแจ้งผู้เช่า
 > สามารถเข้าไปในบ้านนอกเวลาที่กำหนดไว้ได้หากได้รับการยินยอมจากผู้เช่าแล้ว

 เจ้าของบ้านห้ามปฏิบัติดังนี้
> ห้ามเก็บเงินบอนด์จำนวนเกินค่าเช่า 4 อาทิตย์
> ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 2 อาทิตย์หรือทวงให้จ่ายค่าเช่าก่อนถึงรอบกำหนด
> ห้ามเข้ามาตรวจบ้านเกิน 1 ครั้งต่อ 4 อาทิตย์ ยกเว้นต้องเข้ามาเช็คสิ่งที่ให้ผู้เช่าแก้ไขในการผิดสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง
> ล่วงเกินความเป็นส่วนตัว ความสงบสุขของผู้เช่า
> เข้ามายุ่งกับเรื่องแก็ซ น้ำ ไฟฟ้าหรือโทรศัพท์ของผู้เช่า ยกเว้นเป็นการทำเพื่อป้องกันอันตรายหรือเป็นการซ่อมแซม
> ทำการห้ามผู้เช่าอย่างไร้เหตุผลในการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เช่นชั้นวางของ
> เปลี่ยนที่ล็อค ยกเว้นมีการยินยอมจากผู้เช่า
> ห้ามไม่ให้ผู้เช่าส่งต่อสัญญาเช่าให้ผู้อื่น ยกเว้นได้มีการระบุไว้ในสัญญาแล้วว่าห้ามมีการโอนถ่ายสัญญาให้บุคคลอื่น
> ขับไล่ผู้เช่าออก (ยกเว้นมีคำสั่งออกโดยศาลแขวงแล้ว)
> ยึดทรัพย์สินของผู้เช่าเป็นตัวประกันกรณีมีการติดเงินทั้งระหว่างหรือเมื่อสิ้นสุดสัญญาเช่าแล้วก็ตาม หรือทำการไม่ยอมคืนทรัพย์สินของเช่าที่ทิ้งไว้ในบ้าน (หากผู้เช่าได้ทำการชำระค่าเช่าในการเก็บของนั้น ๆ แล้ว)

ผู้เช่าจะต้อง:-
> จ่ายค่าเช่าตรงเวลา (ผู้เช่าไม่ควรหยุดจ่ายค่าเช่าแม้ว่าขณะนั้นจะรู้สึกว่าเจ้าของบ้านปฏิบัติไม่ตรงตามสัญญาเช่า)
> ทำบ้านให้สะอาดและเรียบร้อยอยู่เสมอ
> แจ้งเจ้าของบ้านทันทีหากมีอะไรเสียหายหรือมีอะไรจะต้องทำการซ่อมแซม
> ซ่อมแซมความเสียหายที่ตัวผู้เช่าหรือเพื่อนฝูงญาติพี่น้องทำเสียหายไว้ด้วยความประมาท
> ชำระค่าใช้จ่ายของตนเองเช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าไฟ, ค่าแก็สและอินเตอร์เน็ต
> ชำระค่าน้ำหากมีการคำนวนตามจำนวนการใช้
> จำนวนผู้อาศัยอยู่ในบ้านจะต้องไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่า (ยกเว้นคนที่มาเยี่ยมในระยะสั้น)
> แจ้งเจ้าของบ้านล่วงหน้า 21 วันก่อนจะย้ายออก (ในกรณีสัญญาเช่าแบบ Periodic Tenancy)
> อนุญาตให้เจ้าของบ้านโชว์บ้านให้กับผู้เช่ารายใหม่, เอเจ้นท์ขายบ้าน, คนตีราคาหรือผู้ที่สนใจจะซื้อบ้าน ในวันและเวลาที่สะดวกของทั้งสองฝ่าย
> เมื่อจะย้ายออกหลังสัญญาเช่าสิ้นสุด ผู้เช่าจะต้องนำทรัพย์สินและของใช้ของตนออกจากบ้านให้หมด ทิ้งไว้เฉพาะของที่เป็นของเจ้าของบ้านเท่านั้น
> ก่อนย้ายออกจะต้องทำบ้านให้สะอาดและเรียบร้อย คืนกุญแจ การ์ดเข้าตัวตึกหรือรีโมทที่จอดรถแก่เจ้าของบ้านให้หมด




ผู้เช่าห้ามปฏิบัติดังนี้
> ไม่ให้เจ้าของบ้านเข้ามาในบ้านซึ่งถือเป็นการขัดขืนต่อข้อกฎหมาย
> ไม่ยอมย้ายออกหลังจากสัญญาเช่าสิ้นสุด
> กระทำการที่เป็นการรบกวนความสงบสุขและความเป็นส่วนตัวของผู้เช่ารายอื่นหรือเพื่อนบ้าน
> ทำบ้านเสียหายหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นกระทำการอันใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายด้วยความประมาท
> ทำการบูรณะตัวอาคารบ้าน ปรับเปลี่ยนหรือติดตั้งอะไรที่ไม่ได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบ้านเสียก่อน
> ทำการปิดสัญญาณตรวจจับควันไฟ
> โอนถ่ายสัญญาเช่าให้ผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบ้าน
> ทำการข่มขู่ทำร้ายร่างกายหรืออนุญาตให้ผู้อื่นกระทำการข่มขู่ทำร้ายร่างกายเจ้าของบ้าน,สมาชิกครอบครัวเจ้าของบ้าน,นายหน้า หรือเพื่อนบ้าน
> กระทำสิ่งผิดกฎหมายภายในบ้านหรืออนุญาตให้ผู้อื่นทำสิ่งผิดกฎหมายในบ้าน
> เปลี่ยนกุญแจหรือล็อคโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน

 icon-info-circle Tenancy Services คืออะไร 
เป็นที่ที่ให้ความรู้ คำแนะนำและข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มีบริการไกล่เกลี่ยและการยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเช่าบ้าน Tenancy Tribual เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงยุติธรรม เวปไซต์คือ www.tenancy.govt.nz ซึ่งเข้าไปหาข้อมูลต่าง ๆ กันได้เกี่ยวกับการเช่าอีกทั้งยังมีแบบฟอร์มที่สำคัญให้ดาวน์โหลดมาใช้ได้เช่น Bond Lodgement Form, Tenancy Agreement หรือตัวอย่างจดหมายสำหรับเขียนแจ้งเจ้าของบ้านหรือผู้เช่า หากต้องการติดต่อเมื่อมีคำถามหรือข้อสงสัย สามารถโทรได้ที่เบอร์ 0800 863 262 หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินบอนด์โทร 0800 737 666

แปลบทความส่วนหนึ่งมาจาก https://www.tenancy.govt.nz/assets/Uploads/Tenancy/Renting-and-You-English-edition.pdf
House vector designed by Freepik