ผู้อพยพควรถูกสัมภาษณ์ ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง

นิวซีแลนด์ไม่ควรรับคนต่างชาติจากประเทศที่มีวัฒนธรรม “ปฏิบัติกับเพศหญิงไม่ดี” [treat women like cattle] ปีเตอร์ วินสตัน หัวหน้าพรรค NZ First กล่าว

ปีเตอร์ให้สัมภาษณ์ใน TVNZ’s Q+A ไว้ว่า จำนวนต่างชาติเข้าประเทศนั้นควรจะจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 15,000 คนต่อปี และทุกคนควรจะถูกสัมภาษณ์เพื่อประเมิณว่าคนเข้าเมืองเหล่านี้ให้ความเคารพในมุมมองและวัฒนธรรมของนิวซีแลนด์หรือไม่ โดยระบุว่านโยบายนี้ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติแต่อย่างใด “พวกเขาสามารถมาจากประเทศใดในโลกนี้ก็ได้ ซึ่งปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้นและคนจากหลากหลายประเทศก็มีความสามารถที่หลากหลายออกไป” ปีเตอร์กล่าว “แต่เราต้องการให้คนเหล่านี้ให้ความเคารพธงชาติ, เคารพกฎหมาย, ให้เกียรติหน่วยงานและสถาบันของประเทศด้วย และที่สำคัญที่สุดควรห้ามไม่ให้คนที่มีทัศนคติต่อต้านและไม่ให้เกียรติเพศหญิงเข้ามาในประเทศเด็ดขาด คนพวกนี้ปฏิบัติต่อเพศหญิงเหมือนประชากรชั้นสี่”

เมื่อถูกถามว่าแล้วจะคัดเลือกคนที่จะเข้ามาในนิวซีแลนด์ได้อย่างไร เขาตอบว่า “เราต้องสัมภาษณ์เป็นรายคน”




ปีเตอร์กล่าวว่า เขาไม่ทราบว่าต้องใช้งบประมาณค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในการสัมภาษณ์รายคน ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง แต่การที่เราไม่ควบคุมการเข้าเมืองของต่างชาตินั้นถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญไปอย่างมหาศาลในการแก้ปัญหา

นักเศรษฐศาสตร์ คุณไมเคิล เรดเดล บอกกับ Q+A ว่าการตัดจำนวนคนอพยบเข้าประเทศนั้นจะสามารถช่วยให้ราคาบ้านลดลงมาได้ โดยระบุเพิ่มเติมว่าถ้าสามารถตัดผู้อพยพเข้ามาให้เหลือ 10,000 – 15,000 คนต่อปีได้ เขาคาดการณ์ว่าจะทำให้ราคาบ้านในโอ๊คแลนด์ลดลงมาภายในสองปี

“นั่นจะทำให้ประชากรอายุน้อยของนิวซีแลนด์หรือคนที่มีฐานะไม่ดีนักสามารถมีโอกาสมีบ้านหลังแรกเป็นของตัวเองได้” เกือบครึ่งของคนเข้าประเทศมักจะอาศัยอยู่ในโอ๊คแลนด์

แต่ทางรัฐบาลไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยกล่าวว่าจำนวนคนที่เข้าประเทศนั้นส่วนหนึ่งก็เป็นคนนิวซีแลนด์เองที่กลับเข้ามาหลังจากออกไปอยู่ต่างประเทศ โดยจำนวนผู้อพยพที่สูงนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ดอกเบื้ยที่ต่ำลงและความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจที่สูงขึ้นด้วยต่างหากที่กำลังสร้างความกดดันในเรื่องราคาบ้านและโครงสร้างพื้่นฐานของประเทศ

http://www.nzherald.co.nz/nz/news/article.cfm?c_id=1&objectid=11651091