คนร้ายพุ่งเป้าเลือกปล้นทำร้ายคนเอเชีย

เร็ว ๆ นี้เพียงในเวลาแค่สัปดาห์เดียวมีนักเรียนเอเชียถูกปล้นชิงทรัพย์ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงถึง 4 เคสในโอ๊คแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าคนร้ายเลือกทำร้ายเหยื่อตามสัญชาติจริง ขณะนี้ทางตำรวจยังอยู่ในขั้นตอนตามจับกุมคนร้ายที่เหลือที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจ ทำให้นักเรียนบาดเจ็บทั้งหมด 6 รายในช่วงวันหยุดอีสเตอร์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในวันอังคาร นักเรียนจีนหญิงสองรายของมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ถูกทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์โดยเด็กหญิงชาย 6 คน ระหว่างที่เธอทั้งสองกำลังเดินผ่าน Albert Park ในเวลา 8.30 pm. ทั้งสองถูกต่อยตีและเตะ ถูกทึ้งผมและเหวี่ยงลงพื้นจากนั้นก็ชิงกระเป๋าและมือถือไป นักเรียนหนึ่งคนมีรอยถูกของมีคมบาดบริเวณใต้ตาเป็นแผลลึกมาก โดยทั้งสองคนมีรอยบอบช้ำมากตามร่างกาย หลังจากนั้นบัตรธนาคาร บัตรรถเมล์และมือถือก็ถูกนำไปใช้ทั่วโอ๊คแลนด์โดยพวกโจรเหล่านี้ ทั้งสองได้เล่าว่าถูกทำร้ายโดยกลุ่มคนร้ายถึง 6 คนจนหนึ่งคนถึงกับสลบไป หนึ่งในนี้กล่าวว่ารู้สึกโกรธมากและอยากจะต่อสู้กลับแต่ก็กลับถูกต่อยและเตะขาให้ล้มลง

เหตุการณ์ที่สอง เกิดขึ้นตอนก่อนเที่ยงคืนของวันพุธรุ่งขึ้นจากเหตุการณ์แรก เกิดขึ้นกับนักเรียนชาวญี่ปุ่น




นักเรียนญี่ปุ่นทั้งสองถูกทำร้ายที่ Myers Park ถูกลากถูกต่อยตีจนล้มลงพื้นก่อนจะทำการกระทืบซ้ำและขโมยทรัพย์สินของทั้งคู่ไป ตำรวจได้ตามจับกุมวัยรุ่นอายุ 14 และ 15 ปีได้หลังจากเหตุการณ์นี้ โดยคนร้ายจะต้องขึ้นศาลเยาวชนในอาทิตย์ถัดมา นักเรียนญี่ปุ่นทั้งสองมีอาการฟกช้ำบาดเจ็บและอยู่ในอาการหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ถัดมา ในวันพฤหัส เวลา 9.30 เช้า นักเรียนจีนผู้ชายกำลังเดินไปมหาวิทยาลัย Unitec แต่ก็ต้องประสบพบเจอกับโจรสองราย ที่ทำร้ายร่างกายเค้าอย่างรุนแรง ทำให้เลือดอาบหน้าเลยทีเดียว เหยื่อจากเหตุการณ์นี้ได้บอกกับ NZ Herald ว่าเขาไม่กล้าไปไหนมาไหนคนเดียวและตัดสินใจที่จะอยู่นิวซีแลนด์สั้นกว่าที่กำหนดไว้ ระหว่างที่ถูกทำร้ายก็ได้พยายามขอร้องโจรเนื่องจากกระเป๋าที่พวกเขาจะปล้นนั้นมีทั้งรายงาน การบ้านหนังสือเรียนที่สำคัญ ๆ มากและพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่โชคร้ายที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย หลังจากเขาก็เริ่มเลือดออกจากการทำร้ายและก็ได้ทำการร้องขอให้พวกเขาหยุด แต่พวกเขาก็ไม่หยุด ยังคงเตะต่อต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไร้ความปราณี

เหตุการณ์สุดท้าย เกิดขึ้นในวันจันทร์ถัดมา นักเรียนต่างชาติกำลังเดินทางตรงถนน Broadway ย่าน Newmarket ถูกผลักล้มลงพื้นโดยกลุ่มวัยรุ่นอายุเพียง 12 และ 14 ปี และทั้งสองถูกจับหลังจากนั้น

Dr David Mayeda นักสังคมวิทยามหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ระบุว่านักเรียนต่างชาติเป็นเหยื่อที่น่าสนใจของมิจฉาชีพเพราะมีความอ่อนแอและเสี่ยงในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย “ที่สำคัญนักเรียนพวกนี้มักจะถูกมองว่ามีฐานะดีและพกเครื่องมือสื่อสารแพง ๆ ทำให้พวกโจรจ้องอยากจะพุ่งเป้าหมายไปยังนักเรียนต่างชาติ” “อีกอย่างชนชาติเอเชียมักจะยอมจำนนและไม่ต่อสู้กลับ ทำให้พวกมิจฉาชีพย่ามใจ

นาย Phil Goff ผู้สมัครนายกเทศมนตรี โฆษกพรรค Labour ด้านเชื้อชาติกล่าวว่า ในโอคแลน์ที่เดียวมีนักเรียนต่างชาติถึง 30,000 คน เมื่อเกิดเหตุการณ์ปล้นทำร้ายร่างกายรุนแรงในหนึ่งอาทิตย์ถึง 4 เคสถือว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เพราะการทำร้ายร่างกายนั้นรุนแรง มีการฉุดกระชาก ชกต่อย เตะและกระทืบ ดูจากความบาดเจ็บแล้วรู้ได้เลยว่าคนร้ายเหล่านี้ไม่มีปราณีใด ๆ ต่อเหยื่อที่กำลังเจ็บปวด “สาเหตุที่ผู้ปกครองส่งลูกหลานของตนมาเรียนที่นิวซีแลนด์ก็เพราะมองว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัย ดังนั้นการก่อเหตุปล้นและทำร้ายร่างกายที่ผ่านมาและล่าสุดนี้ จะทำให้ภาพพจน์ของโอ๊คแลนด์และนิวซีแลนด์มีความเสียหายจนอาจจะทำให้เศรษฐกิจแย่ลงได้” ดังนั้นเขาเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะต้องจับเยาวชนที่ทำตัวเป็นโจรเหล่านี้ให้ได้และให้ความช่วยเหลือเพื่อให้พวกเขาได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนิสัย และคงจะต้องเพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวมทั่วไป

แอดมินเชื่อว่าจริง ๆ ยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งกับนักเรียนและคนทั่วไปที่มีหน้าตาเอเชีย เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นติด ๆ กันภายในวันหยุดอีสเตอร์ทำให้เกิดความตื่นตัวขึ้นมา
คนไทยเราเองก็มีหลายคนมาก ๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับคนร้ายแบบนี้ ฉะนั้นอยากจะให้ข่าวนี้เป็นอุทาหรณ์เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้นนะคะ




ข่าวและภาพจาก http://www.nzherald.co.nz/crime/news/article.cfm?c_id=30&objectid=11615834